ชมรมศิษย์เก่านักเรียนนายเรือสัมพันธ์

 

ชมรมศิษย์เก่านักเรียนนายเรือสัมพันธ์ หรือ ศก.นนร.สพ. เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือน เมษายน พ.ศ. 2548 โดย คุณสุรพล มีเสถียร และศิษย์เก่านักเรียนนายเรือที่ได้ลาออกจากราชการกองทัพเรือมาประกอบธุรกิจภายนอกได้รวมกลุ่มกัน เพื่อมุ่งหวังที่จะให้เป็นศูนย์รวมทางใจของบรรดาศิษย์เก่านักเรียนนายเรือนอกกองทัพเรือรุ่นต่างๆ ในการที่จะส่งเสริมให้เกิดความสามัคคี ตลอดจนการประสานสัมพันธ์ของศิษย์เก่านักเรียนนายเรือทุกคน

ชมรมฯ ได้รับการอุปถัมภ์และความกรุณาอย่างดียิ่งจากศิษย์เก่านักเรียนนายเรืออาวุโสหลายๆ ท่าน ทั้งในกองทัพเรือและที่อยู่นอกกองทัพเรือ รับเป็นกรรมการที่ปรึกษาของชมรมฯ เช่น พลเรือตรี ชาโณ เพ็ญชาติ, พลเรือเอก ถาวร ประดับวิทย์, ร้อยตำรวจตรี ประสิทธิ์เดช อรรถปรีชา, ร้อยตำรวจเอก ขจร เทศมาลา, นาวาเอก อาณัติ สมบัติทวี, เรือตรี ปรีชา เพชรวงศ์, นาวาเอก ชุมพล พรหมประสิทธิ์ และ กัปตัน พลศิริ เรืองสมัย เป็นต้น ซึ่งนับเป็นนิมิตหมายอันดีในจุดเริ่มต้นของชมรมศิษย์เก่านักเรียนนายเรือสัมพันธ์

 


ข้อบังคับของชมรมนี้เป็นเพียงฉบับ -ร่าง- เท่านั้น  อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารชมรม และจะได้ประกาศใช้ต่อไปเมื่อได้รับการแก้ไขและลงมติเรียบร้อยแล้ว....

 

ข้อบังคับชมรมศิษย์เก่านักเรียนนายเรือสัมพันธ์

พ.ศ. 2548

หมวดที่ 1

ชื่อ เครื่องหมาย สถานที่ตั้ง

ข้อ 1  ชมรมนี้มีชื่อว่า " ชมรมศิษย์เก่านักเรียนนายเรือสัมพันธ์" ใช้ชื่อย่อว่า ศก.นนร.สพ. มีชื่อ ภาษาอังกฤษว่า " Naval Cadet Alumni Relation Club " อักษรย่อว่า NCARC

ข้อ 2  เครื่องหมายของชมรมมีลักษณะเป็นตราเครื่องหมายสามสมออยู่ตรงกลาง บนสีเหลี่ยมผืนผ้าสีน้ำเงินเข้ม และแถบธงสามเหลี่ยมสีน้ำเงินขาวจำนวนสามธงอยู่ด้านบนขวามือ

ข้อ 3 สำนักงานของชมรมตั้งอยู่ ณ เลขที่ 88ซอยบางนา-ตราด 3 ถนนบางนา แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260

 

หมวดที่ 2

วัตถุประสงค์

ข้อ 4  ชมรมมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

4.1  ส่งเสริมสามัคคีธรรม ผดุงเกียรติ ประสานความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดี สงเคราะห์ช่วยเหลือระหว่างสมาชิก

4.2  ส่งเสริมสนับสนุนกิจการและเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติภูมิสถานศึกษาของ โรงเรียนนายเรือ กองทัพเรือ

4.3  ส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อ ประเทศชาติ สังคม สถาบัน และสมาชิกผู้ประกอบกิจอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

4.4  ส่งเสริมการกุศล การกีฬา การบันเทิง และสนับสนุนการศึกษา การค้นคว้าและวิจัย

4.5  ส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง สมาคม และ ชมรม ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศที่มีวัตถุประสงค์ทำนองเดียวกัน

4.6  ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

 

หมวดที่ 3

ประเภทสมาชิก คุณสมบัติ การสมัครเข้าเป็นสมาชิกและค่าบำรุง

ข้อ 5 สมาชิกของชมรมมี 3 ประเภท คือ

5.1   สมาชิกกิตติมศักดิ์

5.2   สมาชิกสามัญ

5.3   สมาชิกวิสามัญ

ข้อ 6 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลที่อุปการะช่วยเหลือทำประโยชน์แก่ชมรม หรือผู้มีเกียรติที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควรเชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์

ข้อ 7 สมาชิกสามัญ ได้แก่ ผู้เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนนายเรือ กองทัพเรือ และได้ประกอบธุรกิจ หรือรับราชการนอกกองทัพเรือ

ข้อ 8 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่

8.1   ผู้สนใจทั่วไปที่ขอสมัครเป็นสมาชิก และ/หรือ มีผลงานหรือให้การสนับสนุนต่อชมรม

8.2   ผู้ที่เคยเป็นนักเรียนนายเรือและปฏิบัติราชการประจำในกองทัพเรือ ในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งไม่อยู่ในข้อกำหนดของข้อ 7

8.3   ส่วนราชการ บริษัทฯ ห้างร้าน นิติบุคคลอื่นๆ ที่ให้การสนับสนุนชมรม ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 9 การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรม

9.1   ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกให้ยื่นใบสมัครตามแบบของชมรม ต่อเลขาธิการ

9.2   ให้เลขาธิการนำรายชื่อผู้สมัคร เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณาการรับสมัครเข้าเป็นสมาชิก

9.3   เมื่อคณะกรรมการบริหารได้ลงมติรับสมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้เลขาธิการแจ้งให้ผู้สมัครทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้สมัครยังไม่มีสิทธิเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์จนกว่าจะได้ชำระค่าบำรุงครบถ้วนตามระเบียบ ว่าด้วยค่าบำรุง

9.4   ผู้ที่ได้เป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์แล้วให้นายทะเบียนลงชื่อไว้ในทะเบียนสมาชิกของชมรม

ข้อ 10 การเสียค่าบำรุง

10.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์ เสียค่าบำรุงชมรมตลอดชีพ 1,000 บาท

10.2 สมาชิกสามัญ  เสียค่าบำรุงชมรมรายปี ปีละ 500 บาท

10.3 สมาชิกวิสามัญ เสียค่าบำรุงชมรมรายปี ปีละ 400 บาท

 

หมวดที่ 4

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 11 สมาชิกมีสิทธิ

11.1 ประดับตราเครื่องหมายของชมรม

11.2 เข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญ ประชุมใหญ่วิสามัญ และการประชุมวิชาการต่างๆ ของชมรม

11.3 สมาชิกสามัญ มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง และเป็น กรรมการบริหารชมรม

11.4 ได้รับบริการหรือผลประโยชน์ที่ชมรมจัดให้สมาชิก

11.5 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของชมรม

11.6 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 50 คน ทำหนังสือแจ้งต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้

ข้อ 12 สมาชิกมีหน้าที่

12.1 ปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบของชมรมซึ่งคณะกรรมการบริหารกำหนดขึ้น

12.2 สนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมของชมรม เพื่อให้การดำเนินงานของชมรมบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

12.3 ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของชมรมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

12.4 ไม่ประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียงแก่ชมรม

 

หมวดที่ 5

การขาดจากสมาชิกภาพ

ข้อ 13 สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยสาเหตุดังต่อไปนี้

13.1 ตาย

13.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับชมรมเป็นที่เรียบร้อย

13.3 ที่ประชุมใหญ่ของชมรม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้พ้นสมาชิกภาพด้วยเหตุที่ผู้นั้นประพฤติตนนำความเสื่อมเสียมาสู่ชมรม

 

หมวดที่ 6

คณะกรรมการบริหาร

ข้อ 14  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการบริหาร" มีหน้าที่บริหารงานกิจการของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ คณะกรรมการประกอบด้วย ประธาน  รองประธาน เลขาธิการ เหรัญญิก ปฏิคม นายทะเบียน ประชาสัมพันธ์ และกรรมการตำแหน่งอื่นๆ รวมกันแล้วมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 คน โดยดำรงตำแหน่งวาระละ 2 ปี

ข้อ 15 ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานชมรมต้องมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสามัญ สำหรับตำแหน่งอื่นให้ประธานเป็นผู้แต่งตั้งจำนวน 5 คน และให้สมาชิกเป็นผู้เลือกตั้งอีกจำนวน 5 คน

ข้อ 16 ถ้าตำแหน่งประธานว่างเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้รองประธานเป็นประธานไปจนหมดวาระ ถ้าว่างลงเพราะประธานลาออก ให้ถือว่าคณะกรรมการชุดนั้นหมดสภาพการเป็นกรรมการบริหารของชมรม และดำเนินการเลือกตั้งตำแหน่งประธานให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วัน

ข้อ 17 ถ้าตำแหน่งกรรมการบริหารชมรมว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนจะอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

 

ข้อบังคับของชมรมนี้เป็นเพียงฉบับ -ร่าง- เท่านั้น  อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารชมรม และจะได้ประกาศใช้ต่อไปเมื่อได้รับการแก้ไขและลงมติเรียบร้อยแล้ว....

 

หมวดที่ 7

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 18 ประธานชมรม มีหน้าที่บริหารกิจการของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ นโยบาย ข้อบังคับและระเบียบของชมรม เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร เป็นผู้รักษาระเบียบการประชุมและดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับ

ข้อ 19 รองประธาน มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยประธานชมรมในการบริหารกิจการชมรม ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานชมรมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนประธานชมรมเมื่อประธานชมรมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยการทำหน้าที่แทนประธานชมรม ให้รองประธานตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน

ข้อ 20 เลขาธิการ มีหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของชมรมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของชมรมในการปฏิบัติภารกิจของชมรม และปฏิบัติตามคำสั่งของประธานชมรม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของชมรม

ข้อ 21 เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของชมรม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของชมรม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของชมรมไว้เพื่อรับการตรวจสอบ

ข้อ 22 ปฏิคม มีหน้าที่ ติดต่อ ต้อนรับ และอำนายความสะดวกในการจัดเตรียมสถานที่ของชมรมและ จัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของชมรม

ข้อ 23 นายทะเบียน มีหน้าที่จัดทำทะเบียนและประวัติของสมาชิกทั้งหมดของชมรมให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

ข้อ 24 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของชมรมให้สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

ข้อ 25 กรรมการตำแหน่งอื่นๆ มีหน้าที่คอยช่วยเหลือกิจการฝ่ายต่างๆ ของชมรมและมีหน้าที่ตามแต่ประธานจะมอบหมาย สำหรับคณะกรรมการบริหารชุดแรก ให้ผู้เริ่มการจัดตั้งชมรมเป็นผู้เลือกตั้งประกอบด้วย ประธานชมรม และกรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับ

ข้อ 26 คณะกรรมการบริหารของชมรม สามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี และเป็นได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน เมื่อคณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

 

หมวดที่ 8

การพ้นจากตำแหน่งกรรมการบริหาร

ข้อ 27 กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งโดย

27.1 ออกตามวาระ

27.2 ตาย

27.3 ลาออก

27.4 ขาดจากสมาชิกภาพ

27.5 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออก

27.6 ต้องรับอาญาจำคุกโดยคำพิพากษาจำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำขึ้นโดยประมาท

27.7 ในกรณีก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ชมรม ที่ประชุมใหญ่ลงมติไม่ไว้วางใจและถอนกรรมการบริหารทั้งคณะหรือบางคนได้ ด้วยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิก

ข้อ 28 กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

 

หมวดที่ 9

การดำเนินงานของคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 29 คณะกรรมการบริหารมีอำนาจและหน้าที่ คือ

29.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับ

29.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของชมรม

29.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

29.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ

29.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

29.6 มีอำนาจบริหารกิจการของชมรม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

29.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของชมรม

29.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

29.9 มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

 

หมวดที่ 10

การประชุม

ข้อ 30 การประชุมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

30.1 การประชุมคณะกรรมการบริหาร

30.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ

30.3 การประชุมใหญ่สามัญ

ข้อ 31 การประชุมคณะกรรมการบริหาร มีดังนี้

31.1 ให้คณะกรรมการบริหารประชุมปรึกษาหารือกิจการของชมรม ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6 ครั้ง โดยให้เลขาธิการเป็นผู้เรียกประชุมตามความเห็นชอบของประธานหรือของกรรมการบริหารตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

31.2 องค์ประชุมทุกครั้งต้องมีกรรมการบริหารเข้าประชุม ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการบริหารทั้งหมด ให้ประธานชมรมเป็นประธานที่ประชุม ถ้าประธานหรือผู้ทำหน้าที่แทนไม่อยู่ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งประธานชั่วคราวในการประชุมนั้น

31.3 นอกจากจะได้บังคับไว้เป็นอย่างอื่น มติของคณะกรรมการบริหารให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 32 การประชุมใหญ่สามัญ

         ให้มีการประชุมใหญ่สามัญ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยให้เลขาธิการเป็นเป็นผู้นัดหมาย พร้อมส่งระเบียบวาระการประชุมให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน องค์ประชุมของการประชุมใหญ่สามัญต้องประกอบด้วย สมาชิกสามัญหรือสมาชิกที่ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ให้สมาชิกอื่นเป็นผู้แทนไม่น้อยกว่า 50 คน ในกรณีที่พ้นเวลานัดหมายไป 30 นาทีแล้ว ยังไม่ครบองค์ประชุม ให้ยกเลิกการประชุมในวันนั้นและให้เรียกประชุมใหม่ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก การประชุมครั้งนี้สมาชิกจะมาเท่าใดไม่จำกัดให้ถือเป็นองค์ประชุมได้ การประชุมใหญ่สามัญให้มีระเบียบวาระดังนี้

32.1 ประธานชมรมแถลงผลงานในรอบปี

32.2 เหรัญญิกเสนองบดุล ซึ่งผู้ตรวจบัญชีของชมรมรับรองแล้ว

32.3 เสนอประมาณการรายรับ - รายจ่าย ประจำปี

32.4 ปรึกษากิจการของชมรม

32.5 เลือกตั้งตำแหน่งประธานใหม่ตามวาระ (ถ้ามี)

32.6 แต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี

ข้อ 33 การประชุมใหญ่วิสามัญ ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญดังนี้

33.1 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารเห็นสมควรให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง

33.2 สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด มีสิทธิร้องขอให้เปิดประชุมใหญ่ได้ โดยแสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อเลขาธิการล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 วัน

33.3 ให้เลขาธิการเป็นผู้นัดหมายพร้อมกับส่งระเบียบวาระการประชุมให้สมาชิกทราบล่วงหน้าก่อนเวลาประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน

33.4 การประชุมใหญ่วิสามัญทุกครั้งต้องมีสมาชิกเข้าประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน จึงจะเป็นองค์ประชุมและดำเนินการได้ ถ้าพ้นเวลานัดหมายไป 30 นาทีแล้ว ยังไม่ครบองค์ประชุมให้ยกเลิกการประชุมใหญ่วิสามัญนั้น

ข้อ 34 การประชุมใหญ่ทุกครั้งให้ประธานชมรมเป็นประธานที่ประชุม ถ้าประธานชมรมไม่อยู่หรือไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รองประธานชมรมเป็นประธานที่ประชุม ถ้าทั้งประธานชมรมและรองประธานชมรมไม่สามารถดำเนินการได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการบริหารคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุมนั้น

ข้อ 35 นอกจากจะบังคับไว้เป็นอย่างอื่น มติของที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 36 ในการประชุมใหญ่และประชุมคณะกรรมการบริหารทุกครั้ง ให้เลขาธิการเป็นผู้บันทึกรายงานการประชุมและให้ประธานที่ประชุมลงนามรับรองเพื่อรักษาไว้เป็นหลักฐาน

 

หมวดที่ 11

การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ 37 ให้ประธานชมรมและเหรัญญิก เป็นผู้รับผิดชอบในการเงินและทรัพย์สินของชมรมตามกฎหมาย และให้ทำรายงานการเงินและทรัพย์สินที่ได้รับการรับรองจากผู้ตรวจสอบบัญชีของชมรมแล้ว เสนอต่อคณะกรรมการบริหารเป็นรายปี อย่างน้อย 1 ครั้ง

ข้อ 38 เงินของชมรมต้องนำฝากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ และที่คณะกรรมการบริหารรับรองในนามของชมรม เงินส่วนหนึ่งให้นำฝากธนาคารประเภทเงินฝากประจำ หรือกระทำการอื่นใดที่จะก่อให้เกิดดอกออกผล ตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร เว้นแต่กรณี เงินบริจาคซึ่งผู้บริจาคได้กำหนดเงื่อนไขไว้เป็นอย่างอื่น

ข้อ 39 เหรัญญิกจะเก็บรักษาเงินสดไว้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนไม่เกิน 15,000 บาท ถ้าเกินจากนั้นต้องนำฝากธนาคาร ในกรณีที่มีกิจกรรมที่ต้องมีค่าใช้จ่าย ให้ประธานชมรมมีสิทธิอนุมัติเงินเป็นครั้งคราวตามวงเงินที่ที่ประชุมได้กำหนดไว้

ข้อ 40 การถอนเงินของชมรมจากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น และการสั่งจ่ายเงินของชมรมจากธนาคาร โดยวิธีใช้เช็คธนาคาร จะต้องมีการลงนามโดยกรรมการบริหารสองคน คือ ประธานหรือรองประธาน กับเหรัญญิก หรือเลขาธิการ

ข้อ 41 คณะกรรมการบริหาร จะใช้จ่ายภายในวงเงินประมาณการที่ได้รับอนุมัติ เว้นแต่ในกรณีจำเป็นให้ประธานชมรมมีอำนาจสั่งจ่ายนอกเหนือจากวงเงินประมาณการรายจ่ายไม่เกินดุลร้อยละสิบของงบขาดดุล และแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารทราบในการประชุมคราวต่อไป

ข้อ 42 การจ่ายเงินทุกครั้งต้องมีหลักฐานในการจ่ายนั้นๆ ไว้เพื่อตรวจสอบ และหลักฐานนั้นให้เหรัญญิกเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี จึงจะทำลายได้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 43 ให้ที่ประชุมใหญ่ประจำปีแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ถูกต้องตามกฎหมายเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของชมรม

 

หมวดที่ 12

การแก้ไขข้อบังคับ

ข้อ 44 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมหรือยกเว้นข้อบังคับเฉพาะกรณีจะทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือที่ประชุมใหญ่วิสามัญ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงที่มาประชุม

ข้อ 45 ที่ประชุมใหญ่ลงมติในการนี้ก็ต่อเมื่อมีสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงไม่น้อยกว่า 20 คน หรือคณะกรรมการบริหารเป็นผู้เสนอโดยให้เสนอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการล่วงหน้าก่อนที่จะมีการประชุมใหญ่นั้นไม่น้อยกว่า 30 วัน

ข้อ 46 ให้เป็นหน้าที่ของเลขาธิการ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร ส่งสำเนานั้นไปให้สมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงทราบไม่น้อยกว่า 10 วัน และให้ประกาศไว้ ณ สำนักงานชมรมไม่น้อยกว่า 5 วัน ก่อนที่จะมีการประชุม

ข้อ 47 ข้อบังคับที่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมดังกล่าวนั้น ให้ใช้บังคับเมื่อได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว

 

หมวดที่ 13

การเลิกชมรมและการชำระบัญชี

ข้อ 48 การเลิกชมรม จะกระทำได้โดยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมดมีมติให้เลิก

ข้อ 49 ให้ที่ประชุมใหญ่เป็นผู้ลงมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี และการชำระบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย

ข้อ 50 ทรัพย์สินของชมรมที่เหลือจากการชำระบัญชีมีอยู่เท่าใดให้ตกเป็นของโรงเรียนนายเรือ เพื่อประโยชน์ของโรงเรียนนายเรือต่อไป

 

หมวดที่ 14

บทเฉพาะกาล

ข้อ 51 ข้อบังคับฉบับนี้ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่ชมรมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป

ข้อ 52 เมื่อชมรมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ให้ถือว่าผู้เริ่มการจัดตั้งชมรมทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญและกรรมการบริหารจนกว่าจะได้มีการเลือกตั้งกรรมการบริหาร

ข้อ 53 ในปีแรกของการจัดตั้งชมรมให้ผู้สมัครเป็นสมาชิกสามัญและวิสามัญ จ่ายค่าบำรุงโดยมีส่วนลดตามที่คณะกรรมการบริหารจะพิจารณา และให้ยกเว้นการเก็บค่าบำรุงตลอดชีพสำหรับสมาชิกกิตติมศักดิ์

ผู้จัดทำข้อบังคับ

(นาย สุรพล มีเสถียร)

ประธานชมรม

ข้อบังคับของชมรมนี้เป็นเพียงฉบับ -ร่าง- เท่านั้น  อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารชมรม และจะได้ประกาศใช้ต่อไปเมื่อได้รับการแก้ไขและลงมติเรียบร้อยแล้ว....

 

 

 

 

© 2005 Naval Cadet Alumni Relation Club : All rights reserved | Author by .<nv>.

88 Soi Bangna-Trad 30, Bangna-Trad Road, Bangna, Bangkok 10260 | E-mail: Info@ExNavalCadet.Com